การมีลูกน้องเก่ง ดี และมีความซื่อสัตย์มาอยู่ในองค์กร นับเป็นเรื่องที่โชคดีมาก เพราะบุคลากร คือ ทรัพยากรที่มีคุณค่า ยิ่งมีคุณภาพเท่าใด ก็จะส่งผลงานออกมาดีเท่านั้น แต่ก็ใช่ว่าโอกาสที่องค์กรจะได้ลูกน้องดีๆ มาอยู่ด้วยจะมีมาบ่อยๆ ดังนั้น วันนี้เรามาดูวิธีมัดใจลูกน้องดีๆ ให้อยู่ด้วยนานๆ คำแนะนำจากปากของ บุรินทร์ ธนถาวรลาภ เจ้าของและผู้ก่อตั้งบริษัท ข้าวแสนดี อดีตนายกสมาคมข้าวถุงไทย เขาว่าไว้ดังนี้ค่ะ

ลูกน้อง ต้องอิ่ม มีกิน มีใช้

อันดับแรกที่ถือเป็นเรื่องพื้นฐานมองข้ามกันไม่ได้ หากนายหรือเถ้าแก่ต้องการให้ลูกน้องดีๆ เก่งๆ อยู่ด้วยนานที่สุด คุณก็จะต้องให้พวกเขาอยู่ได้ กล่าวคือ มีกิน มีใช้ ไม่เดือดร้อน และไม่กังวลในเรื่องของรายได้และความเป็นอยู่ เพราะโดยธรรมชาติของมนุษย์ ถ้าอิ่มท้อง มีกิน มีใช้แล้ว ก็จะทำงานด้วยความทุ่มเทเต็มความสามารถ

ไม่มีนโยบายไล่ออก

การใช้วิธีใช้น้ำดีไล่น้ำเสียออก หมายถึงใช้คนดีทำให้คนไม่ดีอยู่ไม่ได้ต้องออกไปในที่สุด ดูจะเป็นวิธีที่น่าสน าคนดีๆ อยู่ในองค์กรมากเท่าไรคนที่คิดไม่ดีหรือมุ่งเอาเปรียบองค์กรก็จะอยู่ไม่ได้ ต้องเป็นฝ่ายจากไปเอง

ช่วยเมื่อเดือดร้อน

นายจ้างที่ดีควรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ และเข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิดเท่าที่จะช่วยได้ เพราะคนเราจะเห็นใจกันก็ตอนที่เจ็บป่วยหรือเดือดร้อนนี่หละ

ให้โอกาสคนในและมั่นใจเขา

การทำงานไม่ว่าในตำแหน่งใดก็ตามทุกคนย่อมหวังความก้าวหน้า คงไม่มีใครที่พัฒนาฝีมือตัวเอง จนมีความสามารถก้าวขึ้นมาอยู่แถวหน้า แล้วอยากอยู่ในตำแหน่งเดิมๆ เงินเดือนเดิมๆ ต่อไป สำหรับการคัดเลือกบุคคลในงานแต่ละตำแหน่ง อาจเริ่มพิจารณาจากพนักงานภายในองค์กรเป็นอันดับแรก  เพราะนอกจากการพิจารณาบุคคลภายในองค์กรให้ได้รับโอกาสในความก้าวหน้าแล้ว ยังเปรียบเสมือนการให้ความมั่นใจแก่พนักงาน อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้เขาทำงานด้วยความรับผิดชอบที่สูงขึ้นด้วย

ให้กำลังใจ เมื่อทำงานพลาด

การ ผิดพลาดย่อมเกิดขึ้นในเสมอในการทำงาน และสิ่งหนึ่งที่ลูกน้องควรได้รับจากผู้เป็นนายก็คือกำลังใจ เมื่อทำงานพลาด กำลังใจจะช่วยให้หัวใจลูกน้องที่ห่อเหี่ยวกลับมามีชีวิตชีวาได้ ทั้งนี้ เจ้านายควรสอนลูกน้องเสมอว่า เมื่อเราได้ใช้ความระมัดระวังอย่างเต็มที่แล้วยังเกิดความผิดพลาดขึ้นมาก็ อย่าเสียใจ แต่อย่าลืมที่จะเอาประสบการณ์ตรงนี้มาเป็นบทเรียนด้วย

นี่เป็นกลเม็ดมัดใจลูกน้องง่ายๆ ที่เจ้านายทั้งหลายไม่ควรมองข้าม
ขอขอบคุณข้อมูลจาก

  ถ้าวินโดวส์มีป้ญหาไม่สามารถบู๊ตขึ้นภาพ Windows XP คุณๆจะมีวิธีของตนเอง เช่น เอาไฟล์ที่ ghost ไว้มาใช้ แต่ก็ปัญหาคือ ไฟล์ที่ได้ไม่ใช่ข้อมูลปัจุบัน หรือ format ลงวินโดวส์ใหม่ชึ่งไม่ใช่เรื่องที่ดีเลยต้องลงโปรแกร มใหม่เป็นสิบตัว ยังต้องเสียเวลา Crack อีก ข้อมูลที่คุณทำไว้ก็หายหมด ผมมีวิธีการกู้แบบง่ายๆ ไปหาวิธีแบบยาก แล้วแต่เหตุการณ์ และสาเหตุ ซึ่งจะมีเทคนิคดังนี้

เทคนิคที่ 1 กู้แบบง่ายๆ

-สาเหตุ : ปกติคุณๆ มักชอบติดตั้งโปรแกรมใหม่ๆ เพิ่มเติม ผลปรากฎว่าเมื่อติดตั้งแล้วพอบู๊ตใหม่กลับบู๊ตไม่ขึ้ น สาเหตูอาจมาจากโปรแกรมที่ติดใหม่ ติดตั้งไฟล์ระบบตัวเก่าทับตัวใหม่ ทำให้วินโดวส์ไม่รู้จักไฟล์ระบบ เลยทำให้เกิดหน้าจอดำค้างไม่บู๊ตเข้าหน้าจอเดสก์ทอป

-วิธีแก้ไข : อาจจะใช้วิธี System Restore ใน Safe Mode โดยกดปุ่ม F8 ค้างไว้ ขณะบู๊ตเครื่องใหม่ แล้วเลือกไปที่หัวข้อ Safet Mode กู้วันที่ย้อนหลังครั้งล่าสุดที่ไม่ได้ติดตั้งโปรแกร ม หรือจะให้สะดวกกว่านี้ก็ให้เลือกหัวข้อ "Last Know Good Configuration" ก็จะกู้ระบบครั้งล่าสุดให้ทันที ทำให้บู๊ตเข้าวินโดว์ส ได้ตามเดิม

เทคนิคที่ 2 ก๊อปปี้ไฟล์ระบบ 3 ตัวทับไฟล์ระบบเดิม

-สาเหตุ :ถ้าวินโดวส์ไม่บู๊ตหรือรันหน้าต่าง Start up...Windows XP เลย อาจเป็นที่ไฟล์ Boot Sector ของไฟล์ระบบเสีย หรือมีปัญหาขัดแย้งกับไฟล์ ntldr หรือ ntdetect.com ทำให้บู๊ตไม่ขึ้นภาพ

-วิธีแก้ไข :ให้ก๊อปปี้ไฟล์ระบบจากเครื่องอื่นที่ลง Windows XP เหมือนกันหรือคุณจะก๊อปปี้ไฟล์ระบบที่เครื่องคุณเอาไ ว้ก่อนที่เครื่องจะมีปัญหาก็ได้ ด้วยใช้คำสั่ง xcopy ผ่านโหมด command line โดยทำตามขั้นตอนดังนี้

1. ก๊อปปี้ 3 ไฟล์ข้างนี้ โดยใส่แผ่นเปล่า (1.44MB)ลงในไดรว์ a:

Click the image to open in full size.


เมื่อก๊อปปี้เสร็จเอาเก็บไว้ใช้ในขั้นตอนต่อไป

2.บู๊ตเครื่องใหม่ แล้วกดปุ่ม F8 ค้างไว้ เพื่อไปหน้าจอ Safe Mode

3.เอาแผ่นดิสก์ที่ทำไว้แล้วตามข้อ 1 ใส่ไปที่เครื่อง ออกไปที่ DOS Prompt แล้วพิมพ์คำสั่งก๊อปปี้ไฟล์ตามข้างล่างนี้

Click the image to open in full size.


4.กดปุ่ม enter ตามหลังคำสั่ง

5. บู๊ตเครื่องใหม่อีกครั้ง ก็จะสามารถเข้าหน้าเดสก์ทอปของวินโดวส์ได้ตามเดิม

เทคนิคที่ 3 ซ่อมวินโดวส์ ด้วยแผ่นบู๊ต Boot CD Rom

-สาเหตุ : ปัญหานี้ส่วนใหญ่ สืบเนื่องจากการติดตั้ง Patch file ตัวใหม่ๆ แล้วไม่สามารถรองรับไฟล์ระบบของวินโดวส์หรือก็อปปี๊ไ ฟล์ .dll, .vdx, .inf ผิดเวอร์ชั่น หรือเผลอลบไฟล์ระบบบางตัว ก็เป็นสาเหตุได้ ฉะนั้นหากแก้ด้วยวิธีที 1,2 ไม่หาย ก็ต้องใช้วิธีที่ 3 ซ่อมแซมไฟล์ระบบใหม่ แทนที่จะเสียเวลาติดตั้งใหม่ วิธีนี้ก็จะช่วยย่นเวลาให้น้อยลง

-วิธีแก้ไข : เตรียมแผ่นบู๊ต CD Windows (แผ่นติดตั้งวินโดวส์) ใส่ใน CD-ROM แล้วบู๊ตเครื่องใหม่ จากนั้นทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

Click the image to open in full size.


1.เมื่อเข้าหน้าจอ Windows to Setup หน้าแรก ให้คุณกด Enter ผ่านขั้นตอนนี้ไป

Click the image to open in full size.


2.จากนั้นก็จะเข้าหน้าจอ windows XP Lincesing Agreement หน้าที่สอง กดปุ่ม F8 เพื่อยอมรับการติดตั้งใหม่

Click the image to open in full size.


3.เมื่อเข้าหน้าจอการติดตั้ง Windows XP Pro..Setup เลือกไดรฟ์ที่ติดตั้ง แล้วกดตัว R เพื่อซ่อมแซ่มไฟล์ที่สูญหายให้กลับคืนมาดังเดิม เมือเสร็จสิ้นการติดตั้งโปรแกรมต่างๆที่ติดตั้งไปก็ย ังคงใช้ได้เหมือนเดิมไม่ต้องติดตั้งใหม่ให้เสียเวลา

ปล. สำหรับผู้ที่ใช้ Harddisk แบบ SATA ในตอนบู๊ตแผ่นติดตั้ง Windows ให้กด F6 เพื่อติดตั้งไดรว์เวอร์ SATA ก่อนเข้าขั้นตอนที่ 1 ด้วยนะครับ ไม่เช่นนั้นวินโดวส์จะมองไม่เห็น Harddisk

เครดิต : คุณ augie จาก Pantip
ข้อมูลจาก : thaigaming.com

เมื่อ มกราคม - 13 - 2009

ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (13 ม.ค.) ว่า นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ และประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ (เจ้าสัวซีพี) ให้สัมภาษณ์ทางรายการ “จับเข้าคุย” โทรทัศน์ช่อง 3 ถึงรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีปัจจุบันเป็นอย่างไร โดยเฉพาะทีมเศรษฐกิจว่า ขอพูดตรงๆ ขอชมเชยรัฐบบาลชุดนี้ เพราะทุกวันนี้ต้องใช้คนหนุ่มๆ แก้ปัญหา เพราะจะต้องใช้พลัง ความรู้ใหม่ๆ อย่างมากก็แค่ขาดประสบการณ์ แต่บางทีประสบการณ์ที่ล้าสมัย และนำมาใช้ก็ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะเรื่องการเมือง การเศรษฐกิจ ประเทศจะต้องเปลี่ยนแปลงตามโลกที่กำลังเปลี่ยนไป

ต่อข้อคำถามที่ว่า นายกรัฐมนตรี โดยถูกมองว่าไม่มีประสบการณ์เลยนั้น เจ้าสัวซีพี กล่าวอีกว่า ส่วนตัวไม่ได้มองตรงนั้น แต่สิ่งที่น่าห่วงที่สุดคือ นายกฯ เก่งคนเดียว คือถ้านายกฯ พยายามใช้กฎเกณฑ์ รวมทั้งใช้ที่ปรึกษาทั่วโลก อย่างการเมือง การคลัง ก็มีประวัติศาสตร์ให้ดู อย่างที่ประเทศไตหวัน มีความยากจนกว่าประเทศไทย หมดเนื้อหมดตัว ก็ยังสามารถที่จะสร้างเศรษฐกิจขึ้นมาได้ โดยการใช้กฎเกณฑ์ และสร้างนักธุรกิจ ฟังนักเศรษฐกิจ เพราะนักธุรกิจทำจริง รู้้จริง คนที่อยู่ในธุรกิจที่เคยได้เคยเสียจะรู้เลยว่าทำอะไรพลาด มีบทเรียนจริง ผ่านประสบการณ์มา

นายธนินท์ กล่าวเพิ่มว่า นายกฯ ไม่จำเป็นต้องเก่ง แต่ต้องรู้จักการใช้กฎเกณฑ์ เพราะถ้านายกฯเก่ง ก็ไม่มีเวลาที่จะไปจัดการทุกเรื่อง ต้องทำเฉพาะเรื่องใหญ่ๆ และดูแลนโยบาย และให้ทุกกระทรวงทำตามนโยบาย รวมทั้งกระตุ้นให้ทุกกระทรวงพยายามทำ เพราะต้องแข่งกับเวลา นายกฯ เป็นคนหนุ่ม แต่อาจจะมีคนเคยบอกว่าไม่มีประสบการณ์ เรื่องบริหารธุระกิจมาก่อนเลยก็ไม่เป็นไร ถ้านายกฯ กล้าใช้คนที่มีความสามารถ ทำตามกฎเกณฑ์ได้หรือไม่ ด้วยการใช้คนหนุ่ม ส่วนที่ปรึกษาใช้คนที่อายุเยอะกว่านายกฯ

ทั้งนี้ เจ้าสัวซีพี กล่าวต่อว่า อาจจะตั้งเป็น 2 ทีม ทีมแรกช่วยนายกฯ วิเคราะห์ และทีมที่สอง จ้างคนเก่งเข้ามาช่วย และต้องเป็นภายในประเทศหนึ่งทีม และต่างประเทศอีกหนึ่งทีม อาทิ ญี่ปุ่น เยอรมัน อังกฤษ และอเมริกา เข้ามาช่วยให้ความคิดเห็น และนายกฯ อาจจะมีอีกหนึ่งทีมเข้ามาช่วยเฉพาะประเทศไทย อาจจะมีความเห็นที่ไม่ตรงกัน เพราะต่างประเทศจะไม่เข้าใจประเทศไทย และท้ายที่สุดเรื่องเศรษฐกิจ ก็ต้องมีทีมเศรษฐกิจอีกหนึ่งทีม ที่เป็นนักธุรกิจซึ่งต้องรู้จริง แม้ว่าจะรวมๆแล้วเป็นความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันเลยก็ไม่เป็นไร เพราะสุดท้ายแล้วมีเพียงหลักเดียว คือ การพูดคุยปัญหากันว่าทำไมจะต้องเป็นอย่างนี้ ซึ่งจะต้องยุติด้วยเหตุ และผล

ต่อข้อคำถามที่ว่า การที่ต้องไปจ้างทีมต่างประเทศที่เก่งๆ ด้วยนั้น ไม่กลัวถูกเขาหลอกหรือ นายธนินท์ กล่าวด้วยว่า ประเทศมาเลเซีย ก็ไปจ้างผู้เชียวชาญมาจากอเมริกา ถามว่าจะไปเชื่อได้ไง ตอนนั้นมาเลเซียกำลังแย่เลย ก็จ้องที่ปรึกษา ตอนนี้การเงิน การคลังเก่ง ซึ่งประเทศไทยต้องจ้างที่ปรึกษาที่มีความสามารถสูง และมีทีมงานลงทุนจ้างเลย เอาความเห็นของเขา ู ของไทย นักธุรกิจรายเล็ก รายใหญ่ รายย่อยเอาหมด จากนั้นก็เอามาชั่งน้ำหนักด ซึ่งจะได้ข้อมูลที่เป็นความจริง เป็นการเอาของจริงมาบวกกับทฤษฎี อันไหนถูกก็เอามา
ข่าว ไทยรัฐ

Vitamin C



          เมื่อ พูดถึงวิตามินซี หลายคนคงนึกถึงผลไม้รสเปรี้ยว อย่างเช่น ส้ม มะนาว ฝรั่ง มะขามหวาน มะขามป้อมและอีกมากมาย ขอเพียงแต่เป็นผักผลไม้สดๆ เป็นใช้ได้ หรือบางคนอาจนึกถึงยาเม็ดสีส้ม สีเหลือง ที่มีรสชาติออกเปรี้ยวๆ หวานๆ ไว้กินเวลามีเลือดออกตามไรฟัน ในความเป็นจริงแล้ววิตามินซีมีประโยชน์มากมายกว่านั้น

          วิตามินซี มีประวัติการค้นพบตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 มีการสังเกตว่า ทหารเรือออกเดินเรือเป็นระยะเวลานานๆ ไม่ได้รับประทานผักและผลไม้สด จึงมักป่วยเป็นโรคลักปิดลักเปิด และสุขภาพไม่ค่อยดี แต่ก็มีคนสังเกตเห็นว่าไม่พบอาการดังกล่าวในทหารเรือที่รับประทานมะนาวเป็น ประจำ ต่อมาจึงได้หาสารอาหารที่เป็นต้นเหตุได้ คือ กรดแอสคอร์บิก (Ascorbicacid) หรือวิตามินซีนั่นเอง

          ประโยชน์ของวิตามินซีมีมากมาย นอกเหนือจากที่จะช่วยบรรเทาอาการของโรคหวัดทำให้หายเร็วขึ้นถึง 21% คือ

          The image “http://hilight.kapook.com/img_cms/dookdik/48be2683.gif” cannot be displayed, because it contains errors.  วิตามินซีช่วยปกป้องเซลล์ เสริมภูมิคุ้มกันสุขภาพและความแข็งแรงของเนื้อเยื่อในร่างกายที่เกี่ยวข้องกับเส้นเอ็นและคอลลาเจน

          The image “http://hilight.kapook.com/img_cms/dookdik/48be2683.gif” cannot be displayed, because it contains errors.  วิตามินซีช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น เนื่องจากช่วยให้ร่างกายซ่อมแซมและรักษาตัวเอง โดยการไปเสริมสร้างผนังเซลล์ ทำให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรงและต่อต้านการอักเสบ จึงทำให้แผลหายเร็ว

          The image “http://hilight.kapook.com/img_cms/dookdik/48be2683.gif” cannot be displayed, because it contains errors.  วิตามินซีช่วยให้เหงือกมีสุขภาพแข็งแรง โดยจะไปช่วยรักษาเซลล์ที่ถูกทำลาย และช่วยให้แผลที่เหงือกหายเร็ว

          The image “http://hilight.kapook.com/img_cms/dookdik/48be2683.gif” cannot be displayed, because it contains errors.  วิตามินซีช่วยเพิ่มความต้านทานต่อโรคหัวใจ โดยการไปช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรับประทานร่วมกับวิตามินอี โดยจะไปลดการเกาะของไขมันที่ผนังหลอดเลือด

          The image “http://hilight.kapook.com/img_cms/dookdik/48be2683.gif” cannot be displayed, because it contains errors.  วิตามินซีช่วยในการป้องกันโรคต้อกระจก เนื่องจากวิตามินซีสามารถช่วยปกป้องเลนส์ตาจากอันตรายต่างๆ  เช่น  ควันบุหรี่ แสงอัลตราไวโอเลต ที่เป็นสิ่งกระตุ้นให้เกิดโรคต้อกระจก

          The image “http://hilight.kapook.com/img_cms/dookdik/48be2683.gif” cannot be displayed, because it contains errors.  วิตามินซีช่วยป้องกันไมเกรน เมื่อรับประทานร่วมกับ Pantothenic acid โดยวิตามินซีจะไปช่วยร่างกายในการต่อสู้กับความเครียดได้ดีขึ้น

          The image “http://hilight.kapook.com/img_cms/dookdik/48be2683.gif” cannot be displayed, because it contains errors.  วิตามินซีช่วยลดความเครียด และยังเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนกรดอะมิโนให้กลายเป็นสารในสมอง ซึ่งมีความจำเป็นต่อสมองและหน้าที่ของระบบประสาทด้วย

          The image “http://hilight.kapook.com/img_cms/dookdik/48be2683.gif” cannot be displayed, because it contains errors.  วิตามินซีช่วยเพิ่มความแข็งแรงของภูมิต้านทานโรค โดยเฉพาะประสิทธิภาพของเม็ดเลือดขาว

          การ รับประทานวิตามินซี ภาวะปรกติปริมาณที่แนะนำให้ทานคือ 60 มิลลิกรัมต่อวัน อย่างไรก็ตาม เพื่อสุขภาพที่ดีจะต้องรับประทานอย่างน้อย 100-200 มิลลิกรัมต่อวัน คนที่มีความเครียดควรรับประทานวันละ 500 มิลลิกรัมต่อวัน ผู้ที่นิยมรับประทานวิตามินซีไม่ต้องกังวลว่าจะได้รับในปริมาณที่มากเกินไป เพราะสามารถละลายในน้ำได้ดี หากร่างกายไม่ได้ใช้ก็จะมีการขับออกมาได้ทางปัสสาวะ อีกทั้งยังไม่มีการรายงานเกี่ยวกับพิษที่เกิดจากการรับประทานวิตามินซี แม้รับประทานในปริมาณที่สูงกว่า 6,000-18,000 มิลลิกรัม

          แต่ ถึงอย่างไรก็ตาม ก็ยังมีข้อพึงระวังในการรับประทานวิตามินซี การรับประทานในปริมาณสูงๆ  อาจจะมีผลต่อการดูดซับแร่ธาตุอื่นๆ เช่น Copper Selenium อาจมีผลต่อความผิดพลาดของผลการตรวจระดับน้ำตาลในปัสสาวะได้ วิตามินซีทำให้การดูดซึมแร่ธาตุเหล็กได้ดี จึงอาจจะเกิดภาวะได้รับแร่ธาตุเหล็กเกิน

คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ได้ที่นี่ค่ะ




ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ข้อมูล:นพ.ครรชิต อมาตยกุล
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต